เออี...
posted on 24 May 2012 17:05 by axolotlผมเลิกพูดโกหกมาสองปีแล้วครับ!..
หลังจากที่ท้อแท้กับคำโกหกหลอกลวงนับไม่ถ้วน ผมได้เจอกับภาพยนตร์จีนเรื่องหนึ่ง ...พระเอกทำงานเป็นพนักงานขายโฆษณา ซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกิจการขายบ้านและที่อยู่อาศัย ด้วยอาชีพของเขาที่ต้องใช้ความโกหกเป็นวาทศิลป์บ้าง การโกหกตลบตะแลงจึงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเขา...โดยที่เขาไม่รู้ตัว
วันครบรอบการคบกัน ๕ ปี เขาตั้งใจจะขอแฟนสาวแต่งงาน แต่เกิดเหตุจำเป็นบางอย่างทางธุรกิจทำให้เขาไม่สามารถไปตามนัดได้ แฟนสาวสวยเข้าใจในหน้าที่การงานของเขา และเข้าใจว่าเขาเป็นคนขี้โกหก ไม่รู้ว่าเรื่องไหนที่เขาพูดเป็นเรื่องจริง และเธอก็ไม่มั่นใจว่าหากจะต้องสร้างชีวิตคู่ร่วมกับผู้ชายคนนี้ จะต้องเจอกับการโกหกอีกกี่ครั้ง และจะเป็นเรื่องที่แย่ต่อชีวิตคู่หรือไม่ เธอจึงตัดสินใจขอเลิกกับชายคนนี้เพื่อตัดปัญหา
พระเอกขอเคลียร์กับนางเอกจนรู้สาเหตุว่าเธอรับไม่ได้กับการขี้โกหกของเขา เขาจึงตัดสินใจว่า ต่อไปนี้ จะไม่โกหกอีกแล้ว เขาจึงรีบไปหาผู้บริหารและขอลาออก เพราะหากเขายังทำงานนี้อยู่จะต้องทนพูดโกหกต่างๆนานาไปอีกไม่รู้กี่ครั้ง เขาจึงพูดความจริงทุกอย่าง พูดความอึดอัดทุกอย่างที่มีต่อเจ้านายและบริษัท สุดท้ายเจ้านายทนฟังไม่ได้ก็ไล่เขาออกสมใจ
เขากลายเป็นคนตกงาน จากคนที่มีอาชีพมั่นคงและเงินเดือนสูงที่สุดของบริษัท
เขาติดต่อนางเอกไม่ได้ นางเอกตีตัวออกห่างเพื่อไปทบทวนเรื่องราวความสัมพันธ์ของเธอกับเขา พระเอกโชคดีได้งานกับเจ้านายใหม่ที่ชอบเขาตรงที่เขาเป็นคนสัตย์ และตั้งแต่ที่เขาตั้งใจจะพูดแต่ความจริง ชีวิตเขาก็มีแต่สิ่งดีๆตามมา
สุดท้ายความจริงต่างๆก็พิสูจน์ตัวเขาให้นางเอกได้เห็นว่าเขารักเธอมากเพียงใด การพูดโกหกก็ไม่ใช่ความจำเป็นเสมอไป และการพูดแต่ความจริงนำพามาแต่สิ่งดีๆ...
ความประทับใจต่อภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ผมตัดสินใจเลิกพูดโกหก
จากวันนั้น ชีวิตของผมก็มีแต่เรื่องดีๆเกิดขึ้น เพื่อนๆที่คบหาก็มีแต่เพื่อนที่จริงใจต่อกัน แม้ว่าผมจะไม่ต้องใช้ความจริงพิสูจน์ตัวเองเพื่อหญิงอันเป็นที่รัก แค่ได้ใช้ความจริงกับชีวิตประจำวัน โดยที่เราไม่ต้องป่าวประกาศให้โลกรู้ว่าความจริงนั้นดีเพียงใด
ท่ามกลางสังคมที่คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่า คำไหนคือความจริง? คำไหนคือคำโกหก? ซึ่งผมก็เริ่มไม่มั่นใจว่า ผมเริ่มโกหกมาตั้งแต่บรรทัดไหน